ศัลยกรรมเสริมคาง

คางสั้น คางตัด ไม่ต้องกังวลโดยปกติทั่วไปแล้วคนไทยและคนเอเชียจำนวนมากมักจะมีลักษณะคางที่สั้นจนผิดรูป ทำให้ใบหน้าดูสั้นไม่สมส่วน การเสริมคาง จึงได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เพราะทำได้ไม่ยากมากนัก และมีความปลอดภัย ในบางกรณีมักจะเสริมคางไปพร้อมกับตกแต่งริมฝีปาก เพื่อปรับแต่งโครงหน้าส่วนล่างให้เข้ากัน ทุกปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้โดยการศัลยกรรมเสริมคางเพื่อปรับแต่งโครง สร้างใบหน้าให้เรียวยาวสวยงามเข้ารูป การเสริมคางจะช่วยเติมเต็มให้ใบหน้ามีมิติและสวยอย่างสมบูรณ์แบบ

ใครที่เหมาะสมต่อการทำเสริมคาง

ใช่ว่าผู้ที่มีปัญหาคางสั้น-คางหลบ ทุกคนจะสามารถทำศัลยกรรมคางแล้วได้ผลดีเสมอไป ผู้ที่เหมาะสมต่อการทำศัลยกรรมคาง ยังต้องมีโครงสร้างส่วนของฟันและกรามที่มีความแข็งแรง และทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี รวมทั้งมีภูมิต้านทานร่างกายที่ดีพอ เพื่อป้องกันอาการอักเสบหรือติดเชื้อภายหลังการทำศัลยกรรมด้วยนอกจากการศัลยกรรมเสริมคางแล้ว ในบางกรณีศัลยแพทย์อาจพิจารณาว่าให้ผู้ป่วยควรปรับแก้ไขรูปหน้าส่วนล่างโดยการฉีดฟิลเลอร์ร่วมด้วย เพื่อให้เห็นรูปคางที่ชัดเจนและสวยงามมากยิ่งการเลือกขนาดซิลิโคนที่ จะใช้ก่อนผ่าตัด แพทย์จะให้คำแนะนำในการเลือกขนาดของซิลิโคนเสริมคาง ให้เหมาะสมกับรูปหน้าของแต่ละคน ซึ่งขึ้นอยู่กับคนไข้ด้วยว่าต้องการยาวมากน้อย การเลือกขนาดต้องคำนึงถึงองค์ประกอบรูปหน้าอีกด้วย เพื่อไม่ให้คางที่เสริมออกมาดูยาวจนเกินไป

การเตรียมตัวก่อนเสริมคาง

ควรรับประทานอาหาร ไม่ควรอดอาหาร
ต้องงดยาจำพวกสเตียรอยด์ และงดอาหารเสริมต่างๆ ที่ใช้อยู่
ควรจะทำความสะอาดช่องปาก แปรงฟันและบ้วนปากให้เรียบร้อย
ควรแจ้งรายละเอียดการใช้ยาและอาหารเสริมต่างๆ ที่รับประทานอยู่ให้แพทย์ทราบ

ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมคาง

ขั้นตอนที่ 1 : แพทย์ จะให้แนะนำเกี่ยวกับซิลิโคนที่ใช้ และทำการตรวจวัดเค้าโครงหน้า ดูขนาดเดิมของคาง เพื่อเลือกตำแหน่งและขนาดของซิลิโคนที่เหมาะสมเข้ากับใบหน้าของแต่ละบุคคล

ขั้นตอนที่ 2 : หลังจากตรวจเค้าโครงหน้าแล้ว แพทย์จะทำการเหลาซิลิโคนตามขนาดที่เหมาะสมเพื่อให้เข้ากับรูปหน้า

ขั้นตอนที่ 3 : ก่อนทำการผ่าตัดแพทย์จะทำความสะอาดบริเวณใบหน้า และภายในช่องปาก

ขั้นตอนที่ 4 : หลังจากทำความสะอาดเสร็จแล้ว แพทย์จะทำการวาดเส้นเพื่อกำหนดตำแหน่งที่ชัดเจนก่อนทำการผ่าตัด

ขั้นตอนที่ 5 : กำหนดตำแหน่งแล้วแพทย์จะใช้ยาชาฉีดบริเวณที่ทำการผ่าตัดเสริมคาง และให้ยาสลบแก้ผู้เข้ารับการผ่าตัดเพื่อลดอาการเกร็ง

ขั้นตอนที่ 6 : สำหรับการผ่าตัดแพทย์จะทำการเปิดแผล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะเสริมคางจากด้านในช่องปากหรือภายนอกช่องปาก

ขั้นตอนที่ 7 : เมื่อเปิดแผลแล้วแพทย์จะใส่ซิลิโคนขนาดที่เตรียมไว้ในตำแหน่งที่กำหนด

ขั้นตอนที่ 8 : ขั้นตอนสุดท้ายแพทย์จะทำการเย็บปิดบาดแผล (หากใช้ไหมละลาย ไหมจะละลายไปเองภายใน 10 วัน)

ระยะเวลาการผ่าตัดเสริมคาง

ในการทำศัยกรรมเสริมคางแพทย์จะใช้เวลาประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง แต่หากมีการทำศัลยกรรมอื่นด้วยก็จะใช้เวลาในการผ่าตัดมากขึ้น

การดูแลตัวเองหลังเสริมคาง

หลังเสริมคางควรนอนให้ศีรษะสูง 2-3 วัน สามารถนอนตะแคงศีรษะได้ ช่วยให้อาการบวมยุบได้ไว
หลังเสริมคางควรประคบเย็นตรง 2-3 วัน การประคบเย็นจะช่วยให้อาการบวมและยุบได้เร็วขึ้น
หลังเสริมคางควรรับประทานอาหารเหลวหรืออาหารอ่อนที่ไม่ต้องเคี้ยวมาก เพื่อลดการกระทบกระเทือนของบาดแผล
หลังเสริมคางควรบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปาก หรือน้ำเกลือทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร เพื่อไม่ให้เศษอาหารไปติดเกาะที่บริเวณปากแผล เพื่อป้องกันการติดเชื้ออักเสบในกรณีที่ช่องปากไม่สะอาด
หลังเสริมคางอาจมีอาการปวดบวมที่บริเวณแผลสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงระยะเวลา 3-4 วัน แต่ถ้าหากรู้สึกปวดมากผิดปกติ ควรกลับไปปรึกษาแพทย์ทันที
หลังเสริมคางคนไข้ไม่ควรรับประทานอาหารรสจัด เผ็ดจัด หรือดื่มแอลกอฮอล์ ควรงดสูบบุหรี่ 7 วัน (เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดสูบฉีดขึ้นใบหน้ามาก เพราะจะทำให้มีอาการบวมมากขึ้น)
หลังเสริมคางสมารถแปรงฟันได้ แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้แปรงกระแทกบริเวณแผลคาง
หลังเสริมคางควรระมัดระวังการกระแทกบริเวณคาง เช่น นั่งเข่าดันคาง งดรับประทานอาหารที่จำเป็นต้องเคี้ยว การขยับกรามมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 3 สัปดาห์แรก (เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแรงกระแทกมากระทบซิลิโคนมากจนเกินไป จนทำให้ซิลิโคนอาจจะขยับก่อน ที่จะติดแน่น) ถ้าเผลอถูกกระแทกหรือมีการกระแทก ให้ติดต่อปรึกษาแพทย์ทันท
ข้อจำกัดในการเสริมคาง

สำหรับคนไข้ที่มีคางลักษณะสั้นมากหรือถอยไปด้านหลัง ไม่ควรที่จะเสริมด้วยซิลิโคน เพราะจำเป็นที่จะต้องใช้ซิลิโคนที่มีขนาดใหญ่มาก ควรใช้วิธีการศัลยกรรมเลื่อนกระดูกคางแทน โดยเฉพาะคนไข้ที่มีปัญหาเรื่องการสบฟัน
สำหรับคนไข้ที่มีคางที่บิดเบี้ยวไม่เท่ากันจากโครงกระดูกคาง เมื่อทำการเสริมด้วยซิลิโคนอาจจะทำให้เกิดการบิดเบี้ยวได้ง่าย ในกรณีนี้แพทย์จะต้องวินิจฉัยโรคที่เป็นและแก้ไขหาสาเหตุก่อน
สำหรับคนไข้ที่คางเคยฉีดซิลิโคนเหลวหรือสารอื่นๆ มาก่อน ลักษณะรูปทรงของคางนั้นจะควบคุมได้ค่อนข้างยาก อันเนื่องมากจากซิลิโคนเหลวที่แทรกที่ผิวหรือสารที่ตกค้างอยู่ภายในเนื้อ
สำหรับท่านที่สนใจศัลยกรรมเสริมคาง เพื่อปรับรูปหน้าให้ดูมีมิติในส่วนล่าง (ส่วนคาง) มากยิ่งขึ้น ก็อย่าลืมที่ค้นหาข้อมูลจากหลายๆ แหล่ง เพื่อศึกษาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของการผ่าตัดเสริมคาง และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเลือกและขอรับการปรึกษาจากศัลยแพทย์ที่มีความน่าเชื่อถือและมีความชำนาญ

ผ่าตัดลักยิ้ม

ลักยิ้ม คือรอยบุ๋มตามธรรมชาติที่บริเวณแก้ม ซึ่งเกิดจากการที่มีจุดที่ยึดผิวหนังบริเวณแก้มกับกล้ามเนื้อแก้มด้านล่างที่ทำหน้าที่ในการขยับปาก ด้งนั้นเมื่อมีการขยับของกล้ามเนื้อเช่นขณะยิ้มหรือพูดคุย ก็จะเกิดการดึงผิวหนังบริเวณนั้นให้เกิดเป็นรอยบุ๋มขึ้นมา ถือเป็นลักษณะที่สืบทอดทางพันธุกรรม ดังนั้นจึงไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับคนทุกคน การทำศัลยกรรมลักยิ้ม จึงเป็นทางเลือกที่ดี ในการสร้างสรรค์รอยยิ้มอันแสนหวานให้ท่านได้ แต่ต้องเป็นแพทย์ที่มีความรู้และความชำนาญโดยเฉพาะ เพื่อผู้ที่ทำจะได้ลักยิ้มที่ออกมาสวยและดูดี

ลักยิ้ม เสน่ห์เล็กๆ บนใบหน้า ที่สร้างจุดสนใจได้ไม่น้อย เราจะสังเกตเห็นลักยิ้มได้ตรงแก้ม หรือมุมปาก โดยจะเป็นรอยบุ๋มเวลายิ้มหรืออมยิ้ม คนทั่วไปมักจะรู้สึกว่าคนที่มีลักยิ้มเป็นคนอารมณ์ดี ไม่บึ้งตึง เป็นคนที่น่าคบหา ยามเมื่อมีรอยยิ้มบนใบหน้าดูเหมือนโลกช่างสดใส หลายๆ คนจึงชอบ เพราะดูแล้วน่ารักดี

ลักษณะทั่วไปของลักยิ้ม

จะมีอยู่ 2 แบบ คือ

แบบจุด จะเป็นเพียงรอยบุ๋มลงไปเล็กๆ เท่านั้น
แบบขีด มักจะเป็นลักยิ้มที่เป็นแนวยาวในแนวดิ่ง อาจจะยาวประมาณครึ่งซม. ซึ่งสามารถทำได้ทั้งสองอย่าง โดยทั่วไปมักจะนิยมแบบจุดมากกว่า
การผ่าตัดทำลักยิ้ม

คือ การทำให้เกิดจุดยึดติดระหว่างผิวหนังและกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม เพื่อเลียนแบบลักยิ้มตามธรรมชาตินั่นเอง โดยอาศัยการเย็บเนื้อเยื่อดังกล่าวให้ติดกันไว้ตลอดเวลาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพื่อรอจนกระทั่งร่างกายสร้างพังผืดขึ้นมายึดเนื้อเยื่อนั้นไว้อย่างถาวร

ตำแหน่งลักยิ้ม โดยทั่วไปแพทย์จะให้คนไข้เป็นผู้เลือกตำแหน่งของลักยิ้มเอง โดยใช้วัตถุปลายเล็กจิ้มกดบนแก้มแล้วลองยิ้มดู จนกว่าจะได้ตำแหน่งที่พอใจ แต่หากคนไข้ไม่สามารถตัดสินใจได้แพทย์จะช่วยให้คำแนะนำได้ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ลักยิ้มในคนเอเชียมักจะอยู่ที่ตำแหน่งที่เกิดขึ้นจากการลากเส้นสมมติสองเส้นมาตัดกัน โดยลากเส้นแนวดิ่งลงมาจากหางตาและเส้นแนวนอนจากระดับมุมปาก จุดตัดที่เกิดขึ้นจะเป็นตำแหน่งของลักยิ้มที่สวยงาม

ขั้นตอนการทำลักยิ้ม

การทำลักยิ้มมีขั้นตอนที่ง่าย ใช้เวลาไม่นาน โดยประมาณ 30 นาทีเท่านั้น โดยที่ไม่ต้องนอนพักฟื้น โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำมาร์คจุดที่ทำลงบนแก้มของคนไข้ จากนั้นจึงฉีดยาชา และทำการเย็บชั้นใต้ผิวหนังเป็นรอยเล็กๆ เพื่อเชื่อมระหว่างผิวหนังและกล้ามเนื้อแก้ม ขั้นตอนสุดท้ายคือการเย็บปิดแผลด้วยไหม โดยการทำปมเล็กๆ เพื่อทำให้เกิดลักยิ้ม และดูเป็นธรรมชาติ ช่วงระยะ 1 เดือนแรก จะเห็นลักยิ้มตลอดเวลาในขณะที่ยิ้มหรือไม่ยิ้ม หลัง 1 เดือนไปจะเห็นเมื่อยิ้มเท่านั้น

การเตรียมตัวก่อนทำลักยิ้ม

คนไข้จึงสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติก่อนผ่าตัด
ดูแลทำความสะอาดใบหน้า รวมถึงงดการแต่งหน้าเพื่อความสะอาด
แปรงฟันทำความสะอาดช่องปาก หรือบ้วนน้ำยาร่วมด้วย
งดวิตามินบำรุงผิว เช่น อีฟนิ่งพริมโรส วิตามินอี
งดอาหารที่มีส่วนผสมของกระเทียม หัวหอม ถั่วเหลือง เพราะทำให้เลือดออกผิดปกติ
งดยากลุ่มที่ทำให้เลือดหยุดยาก เช่น ยาต้านการอักเสบ (NSAID), แอสไพริน
หากมีโรคประจำตัวหรือแพ้ยาตัวใดต้องแจ้งแพทย์
งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 2 สัปดาห์
การดูแลรักษาหลังทำลักยิ้ม

มีอาการช้ำบวม 2-3 วัน หลังทำการผ่าตัด
สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
ไม่ต้องนอนพักฟื้น
รอยช้ำและรอยบวมจะค่อยๆ หายไปเองตามธรรมชาติ ประมาณ 1-2 สัปดาห์
หลังผ่าตัดควรบ้วนปากและรักษาความสะอาดช่องปาก
รับประทานยาฆ่าเชื้อควบคู่ไปด้วย เพื่อลดการอักเสบ
ห้ามใช้ลิ้นดุนบริเวณที่เย็บแผลเพราะอาจทำให้ไหมหลุดได้ และไม่ควรใช้มือจับแผลเพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ

ศัลยกรรมปากบาง - ปากกระจับ

อาจเป็นเรื่องใหม่สำหรับหลายๆคน แต่สำหรับในวงการศัลยกรรมนั้นเป็นที่นิยมกันอย่างขว้างขวาง มาเป็นเวลาเนิ่นนาน โดยเริ่มแรกศัลยกรรมปากเกิดขึ้นเพื่อช่วยแก้ไขและปรับแก้ความผิดปกติที่เกิดขึ้น และช่วยแก้ไขปัญหาปาก ให้กับผู้ที่ประสบอุบัติเหตุ เพื่อช่วยให้ผู้มีปัญหาปากดังกล่าวมีรูปปากที่สมส่วน แก้ไขข้อบกพร่องที่มีให้สวยงามขึ้น

จากการทำศัลยกรรมปาก สามารถช่วยแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆที่เกิดขึ้นและสามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่ประสบปัญหาดังกล่าว ส่งผลให้ศัลยกรรมปาก ปากกระจับ ปากปีกนก ปากบางเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายๆ ทำให้สาวๆและหนุ่มๆที่ใส่ใจ รักสวยรักงาม และต้องการเนรมิตตนเองให้หล่อดูดีก็ไม่พลาดที่จะทำศัลยกรรมปาก จนตอนนี้ศัลยกรรมปาก ปากกระจับ ปากปีกนกปากบาง เป็นที่นิยมเรียกได้ว่าฮิตติด Top Chart ที่ทั้งหนุ่มๆและสาวๆ ต้องทำและพลาดไม่ได้ที่จะแพลนศัลยกรรมปากกระจับ ปากปีกนก ปากบาง ไว้เป็นหนึ่งใน 10 สิ่งที่ต้องทำและให้ความสำคัญไม่แพ้ศัลยกรรมอื่นๆ ในการศัลยกรรมปากบางนั้นจะ ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 1 ชั่วโมง มีการเปิดปากแผลบริเวณริมฝีปากด้านในดังนั้นแผลเป็นจึงถูกซ่อนภายในริมฝีปากหมดทำให้ปัญหาเรื่องร่องรอยหลังการศัลยกรรมแต่ก่อนที่จะไปศัลยกรรมตกแต่งริมฝีปากให้บางลงนั้น ไปดูข้อควรปฏิบัติทั้งก่อนทำและหลังทำกันก่อนดีกว่าครับ

เตรียมตัวก่อนศัลยกรรมปากบาง

หากคนไข้ใช้ยาประเภทแอสไพริน ควรหยุดรับประทานก่อนเข้ารับการผ่าตัด 7-10 วัน เพราะยาชนิดนี้อาจจะทำให้เลือดออกมากกว่าปกติทำให้อาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ในระหว่างการผ่าตัด และให้แจ้งศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดก่อนหากว่าคนไข้มีโรคประจำตัวหรือความดันโลหิตสูง

วิธีศัลยกรรมปากบาง

แพทย์จะทำการฉีดยาชาด้านในริมฝีปากและนวดกระจายตัวยาให้ทั่วเพื่อลดความเจ็บปวดขณะผ่าตัด
ทำการใช้มีดหรืออาจจะมีการใช้เลเซอร์ร่วมด้วยเพื่อเปิดปากแผล
แพทย์จะทำการผ่าตัดชิ้นเนื้อส่วนเกินเพื่อลดความหนาของริมฝีปากออก
เย็บแผลด้วยไหมละลายบริเวณด้านในริมฝีปาก
การดูแลหลังศัลยกรรมปากบาง

การดูแลหลังศัลยกรรมปาก

วันแรกหลังทำปากกระจับควรประคบเย็นบริเวณริมฝีปาก เพื่อช่วยลดอาการบวม
สัปดาห์หลังการผ่าตัดทำปากกระจับควรนอนยกศีรษะสูง
ควรหยุดงานเพื่อให้ร่างกายได้พักฟื้น 4-5 วัน
ไม่ควรทำกิจกรรมหนักในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด
สัปดาห์หลังการผ่าตัด ห้ามทาลิปสติก เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
หลังการผ่าตัดทำปากกระจับ 1 เดือน งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ และงดการรับประทานอาหารรสจัด
หลังรับประทานอาหารควรทำความสะอาดช่องปาก เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรคและไม่ให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
ควรดื่มน้ำสะอาด และควรใช้หลอดในการดื่มน้ำ เพื่อไม่ให้แผลเปียกน้ำ
ใช้ขี้ผึ้งทาบริเวณรอบๆ ปาก เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก

รีวิว-ปากคาง

ธีระธรฌ์คลินิก

เลขที่ 169/78 ถนนรัชดาภิเษก ดินแดง กรุงเทพฯ 10400. 
วันทำการ : จันทร์ – เสาร์ (เวลา 11.00 น. – 21.00 น.)
โทรศัพท์ : 085-663-6615 , 02-692-5499
อีเมล : webmaster.theerathornclinic@gmail.com

ธีระธรฌ์คลินิก เลขที่ 169/78 ถนนรัชดาภิเษก ดินแดง กรุงเทพฯ 10400.
โทรศัพท์ : 085-663-6615 , 02-692-5499 อีเมล : webmaster.theerathornclinic@gmail.com 
Copyright © Theerathornclinic. All rights reserved.