1.รักษาด้วย Miracle Bright Laser

HELIOS II เป็นเครื่องเลเซอร์ชนิด Q-Switched Nd:YAG Laser  ใช้รักษาความผิดปกติของเม็ดสีในผิวหนังโดยเฉพาะ ผ่านการรับรองโดย US FDA ประเทศสหรัฐอเมริกา  เลเซอร์ชนิด Q-Switched จะถูกปล่อยออกมาในระยะเวลาที่สั้นมากๆ หน่วยเป็น nanosecond (10-9 วินาที) ทำให้เกิดปฏิกิริยา Photoacoustic กระแทกเม็ดสีที่สะสมอยู่ในผิว แตกตัวเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นอาศัยกลไกของร่างกายค่อยๆกำจัดทิ้งไป

HELIOS II มีความพิเศษต่างจาก Q-Switched Nd:YAG Laser  อื่นๆอย่างไร?

        HELIOS II มีเทคโนโลยีที่เรียกว่า Fractional Q-Switched Nd:YAG Laser ซึ่งพบว่าทำให้การรักษาฝ้า (melasma) และความผิดปกติของเม็ดสีเมลานินในผิวหนังชั้นลึก มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและมีผลข้างเคียงน้อยลงกว่าวิธีปกติ (Conventional Q-Switched Nd:YAG)

HELIOS II รักษาอะไรได้บ้าง?

        ปรับสภาพสีผิวที่คล้ำให้ดีขึ้น เช่นผิวหน้าคล้ำ ริมฝีปากคล้ำ รักแร้คล้ำ ใต้ตาคล้ำ รักษาโรคที่มีความผิดปกติของเม็ดสี เช่น ฝ้า กระ กระลึก ปาน (Melasma, Freckles, Lentigines, Nevus of Ota, etc)  ลบรอยสัก   แก้ไขรอยดำหลังผิวอักเสบ เช่นรอยดำจากสิว รอยดำจากผิวไหม้ หรือแผลเป็นต่างๆ

การรักษาด้วย HELIOS II

        การรักษาปรับสีผิวและฝ้า (Helios Fractional 1064 Mode) คุณจะรู้สึกอุ่นๆที่ผิว ไม่เจ็บและอาจมีความรู้สึกดีดแรงขึ้นตรงจุดที่มีเม็ดสีมาก หลังการรักษาอาจมีผิวแดงเล็กน้อยและผิวจะแห้งลงบ้าง ควรมาสก์หน้าหลังทำเลเซอร์ทันที และทาครีมเพิ่มความชุ่มชื้นให้มากร่วมกับครีมกันแดด จากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์สีผิวที่คล้ำจะจางลง แนะนำให้ทำ 5-10 ครั้ง ห่างกันทุก 2 สัปดาห์ จากนั้นทำเป็นระยะๆเพื่อลดการสะสมของเม็ดสี

        สำหรับการรักษารอยสัก กระ กระเนื้อที่อยู่ชั้นผิวตื้น (Helios 532)  ซึ่งวิธีนี้จะมีสะเก็ดหลังทำเป็นจุดๆ แต่ไม่มีแผลเปิดเหมือนเลเซอร์ CO2 ควรทายาเคลือบไว้จนสะเก็ดหลุดเอง โดยทั่วไปที่หน้าใช้เวลา 5-7 วัน  ที่คอใช้เวลา 10-14 วัน โดยไม่ทิ้งรอย

  1. รักษาด้วย Miracle Bright and White Treatment

       เป็นการบำรุงผิวหน้าที่ดีที่สุด พร้อมตัวยาพิเศษบำรุงรอบดวงตา  โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ  ผลัดเซลล์ผิวใหม่พร้อมผลักวิตามินและสารอาหารกว่า 20 ชนิดให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์ กระจ่างใส โดยคลื่นความถี่สูง ผลักตัวยาและวิตามินเข้าสู่เซลล์ผิวหนังขั้นลึก เหมือนการนวดด้วยมือประมาณ 1 ล้านครั้งต่อวินาที  กระตุ้น การไหลเวียนของเลือด และน้ำเหลืองให้ดีขึ้นโดยเพิ่มความชุ่มชื้นเพิ่มความยืดหยุ่นตึงกระชับ พร้อมมาร์คกระชับรูขุมขน  เพื่อผิวกระจ่างใส ไร้ริ้วรอย ผิวหน้าสดใส เรียบเนียนกระจ่างขาว รักษาจุดด่างดำ สิว ฝ้า กระ ให้จางลง ลบรอยเหี่ยวย่นเล็กๆบนใบหน้า เพิ่มความชุมชื้นให้แก่ใบหน้า กระชับรูขุมขนให้เล็กลง เพิ่มความเกลี้ยงเกลาให้กับผิวหน้า
“เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ในการผลักยามากกว่าทรีทเมนต์ทั่วไป 10 เท่า ลึกถึงระดับเซลล์ โดยไม่ต้องใช้เข็มขึ้น เพิ่มปริมาณวิตามินเป็นสองเท่า”

        ความสวยของคุณไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดอีกต่อไป ด้วยนวัตกรรมความงามล่าสุด  Miracle Bright and White Treatment (American Journal of Mesotherapy Approved)โดยการปล่อยคลื่นกระแสไฟฟ้าเพื่อทำให้โครงสร้างของเซลล์ใต้ผิวหนังเกิดช่องว่างชั่วคราว (Electroproresis) วิตามินและยาที่เป็นประโยชน์จึงซึมผ่านเข้าสู่ใต้ผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ผิวหน้าจึงยกกระชับ ริ้วรอยจางลง ผิวขาวใสเปล่งปลั่งดูมีสุขภาพดี รวมทั้งสามารถรักษารอยสิวได้ด้วย Miracle Bright and White Treatment เป็นนวัตกรรมที่ช่วยทำให้หน้าใส ไร้ริ้วรอย เช่นเดียวกับการการทำ Ionto, Phono แต่สามารถส่งผ่านวิตามินเข้าไปยังผิวหนังชั้นลึก ได้สูงสุดถึง 10 cm เทียบเท่าการใช้เข็มเล็กๆ กลิ้งบนใบหน้า Derma Roller ในขณะที่ Ionto และ Phono สามารถส่งผ่านยาได้ลึกไม่ถึง 1 cm  จึงให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าทรีทเมนต์แบบเดิมๆถึง 10 เท่าทำให้ตัวยาสามารถชึมสู่ใต้เซลล์ผิวชั้นลึก โมเลกุลของยา สามารถออกฤทธิ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาสูงสุด กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน ลึกจากชั้นเซลล์ผิว

Miracle Bright and White Treatment รักษาอะไรได้บ้าง?    

  1. บำรุงผิวให้อ่อนเยาว์ ขับสารพิษและของเสีย
  2. กระตุ้นกระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่
  3. ชะลอความเสื่อมของคอลลาเจนและอีลาสติน
  4. ยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน
  5. ต้านอนุมูลอิสระ

เหมาะกับสภาพผิวแบบใด    

ผิวเกิดจากการเสื่อมสลายของเซลล์ผิวการสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินก็จะน้อยลง

ผู้ที่เหมาะจะทำการรักษา   
        เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ปราศจากการแพ้

ผู้ที่ทำการรักษาคือ    
        ผู้เชี่ยวชาญผ่านการอบรบ ของธีระธรณ์คลินิก

ระยะเวลาในการรักษาแต่ละครั้ง   
        การรักษาใช้เวลาเพียง 40 นาที  ควรเข้ามารับการรักษาต่อเนื่อง 3-10 ครั้ง

ปลอดภัยได้รับรองมาตราฐานใด
        ผ่านการตรวจสอบและรับรองผลโดย US FDA (อ.ย.ของสหรัฐอเมริกา)

ต้องใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์ร่วมกับการรักษาหรือไม่    
        ควรรักษาร่วมยาหรือเวชสำอางโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของ ธีระธรณ์คลินิกทำให้ได้ผลลัพธ์ในการบำรุงผิวมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น

เมื่อเห็นผลการรักษาในระดับที่พึงพอใจแล้ว ควรดูแลอย่างไรเพื่อคงสภาพผลการรักษาไว้  
        ควรทายาหรือเวชสำอางควบคุม โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ใบหน้าเกลี้ยงเกลา และชลอการเกิดริ้วรอย และควรจะเข้ามาพบแพทย์ทุกๆ 1 เดือน

ประเภทของสิว

หมายเลข 1 สิวอุดตันหัวเปิด หรือสิวหัวดำ

  • มองเห็นเป็นจุดสีดำ จุดสีดำเกิดจากน้ำมัน (sebum) ทำปฏิกิริยา oxidation กับออกซิเจนในอากาศ
  • การป้องกัน : ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ในการลดการอุดตันของคอมีโดน  ได้แก่  เซรั่มละลายสิว , BHA plus Essence , Daily renewal essence ควรเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น โดยเลือกให้เหมาะกับสภาพผิว 

หมายเลข 2 สิวอุดตันหัวปิด หรือสิวหัวขาว  

  • คอมีโดนไม่มีทางออก จึงดันผิวนูนขึ้น บีบออกยาก รากสิวลึก  มีโอกาสลุกลามเป็นสิวอักเสบได้สูง 
  • การป้องกัน :  ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ช่วยในการลดการอุดตันใต้ผิว  ปรับสภาพรูขุมขนและการทำงานของต่อมไขมัน เช่น เซรั่มละลายสิว ,  BHA plus essence , Daily renewal essence ควรเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น โดยเลือกให้เหมาะกับสภาพผิว 
  • คำแนะนำ : ห้ามกด บีบสิว ถ้าหัวสิวยังไม่เปิด เพราจะทำให้สิวติดเชื้อและไขมันแตกรั่วออกนอกผนังรูขุมขน เข้าสู่ชั้นหนังแท้ กลายเป็นสิวอักเสบ เสี่ยงต่อการเกิดหลุมสิว

หมายเลข 3,4,5 สิวอักเสบ

        เมื่อสิวอุดตันเกิดการติดเชื้อ P.Acne หรือมีการบีบเค้นสิวอย่างรุนแรงจนผนังรูขุมขนแตกรั่ว ร่างกายพยายามกำจัดโดยการส่งเม็ดเลือดขาวมาต่อสู้ จนกลายเป็น สิวอักเสบ 

  • หมายเลข 3 : สิวอักเสบชนิด Paplue  นูนแดงขึ้นมาเล็กน้อย
  • หมายเลข 4 : สิวอักเสบชนิด pustule  มีหัวหนองให้เห็นชัดเจน

หมายเลข 5 : สิวอักเสบชนิด nodule/cyst   หรือ สิวหัวช้าง สิวซีสต์ รุนแรงที่สุด คอลลาเจนถูกทำลาย อาจกลายเป็นหลุมสิว ควรรีบพบแพทย์เพื่อรักษา

สาเหตุของการเกิดสิว

1. ฮอร์โมน ร่างกายสร้างฮอร์โมน Androgen ทำให้มีการสร้างไขมันเพิ่ม โดยมากฮอร์โมนจะเริ่มสร้างเมื่ออายุ 11-14 ปีดังนั้นจึงพบสิว สิวอุดตัน มากในวัยนี้และอาจจะอยู่ได้นานหลายปี
2. การผลิตไขมันมากขึ้นร่วมกับเซลล์ผิวหนัง และเชื้อแบคทีเรียทำให้เกิดการอุดตันจนเกิดสิว สิวอุดตัน
3. มีการเปลี่ยนแปลงของรากผม รากผมเจริญเร็วเซลล์มีการแบ่งตัวเร็ว และมีเซลล์ที่ตายมาก จึงเกิดสิว สิวอุดตัน จากการอุดตันของต่อมไขมัน
4. แบคทีเรียโดยเฉพาะชื่อ Propionibacterium acne จะทำให้เกิดการอักเสบของสิว
5. กรรมพันธุ์
6. การรักษาความสะอาด ขันที่สะสมบนใบหน้าทำให้สิ่งสกปรกเกาะติดง่าย จึงเกิดสิว สิวอุดตัน
7. อาหารโดยทั่วไปไม่มีผลต่อการเกิดสิว แต่ก็มีความเชื่อกันว่าการรับประทานอาหารที่มัน หรือหวานจะเกิดสิวได้ง่าย
8. อากาศ ขึ้นกับแต่ละคนบางคนเป็นมากในฤดูหนาว บางคนฤดูร้อน
9. อารมณ์ คนที่อารมณ์ดีจะเกิดสิวน้อยกว่าคนที่อารมณ์เสีย
10.การใช้เครื่องสำอางก็เป็นปัจจัยที่สำคัญในการเกิดสิว การทำความสะอาดผิวควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถทำความสะอาดได้หมดจด ไม่ทิ้งเครื่องสำอางตกค้าง
11. ครีมบำรุงผิวก็ต้องเลือกให้ถูกกับผิวหน้า คนที่ผิวมันก็หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่มีไขมันสูง
12. การระคายผิว เช่น การล้างหน้าที่มีการถูมาก หรือการบีบสิว สิวอุดตัน
13. ยาบางชนิดทำให้เกิดสิวเพิ่มขึ้น เช่น INH Iodides Bromide Steroid Testosterone Gonadotropin Anabolic steroid ยาคุมกำเนิด

รักษาโดยใช้เลเซอร์ CO2 Laser สำหรับสิวอุดตัน

เลเซอร์สามารถรักษาสิวอุดตันได้ดี โดยเปิดช่องทางออกของต่อมไขมัน ซึ่งจะสามารถรักษาสิวอุดตันให้หายไปได้และป้องกันผลข้างเคียงจากสิว เพราะสิวอุดตัน ถ้าทิ้งไว้ก็มีโอกาสเกิดสิวอักเสบเม็ดโตและสิวหัวช้าง ซึ่งทำให้เกิดรอยแดงรอยดำจากสิว และ รอยแผลเป็น หลุมสิว ตามมาได้ ฉะนั้นการทำเลเซอร์CO2รักษาจึงมีประโยชน์ในการป้องกันไม่ให้เกิดรอยแดงดำ และ แผลเป็นสิวในอนาคต

การทำ CO2 laser ในการรักษาสิวส่วนมากมักทำเพียงครั้งเดียวถ้าเก็บรายละเอียดได้ดี การทำครั้งเดียวก็เพียงพอ แต่ถ้าเก็บรายละเอียดไม่หมด เช่น ทำเฉพาะสิวอุดตันหัวใหญ่ และ สิวอุดตันหัวกลาง-เล็ก และยังมีสิวอุดตันเม็ดจิ๋วอยู่ก็ต้องมาทำครั้งที่2 เนื่องจากครั้งแรกไม่หมดหรือเม็ดสิวที่อุดตันขนาดจิ๋ว เริ่มโตภายใน2-3อาทิตย์ต่อมา

สิวอุดตันที่ฝังลึก และเป็นมาเป็นเวลานาน สามารถรักษาได้อย่างรวดเร็วด้วยการใช้ CO2 laser ช่วยในการเปิดรูต่อมไขมันที่อุดตัน การรักษาใช้เวลา 15-40 นาทีขึ้นกับจำนวนเม็ดสิว ทำเพียงครั้งเดียว เหมาะกับผู้ที่มีสิวอุดตันจำนวนมาก ต้องการผลรวดเร็ว และต้องการลดโอกาสของแผลเป็น

การใช้ Acne Erase Laser – E Max ACL ทำลายเชื้อแบคทีเรียสำหรับสิวอักเสบ

เป็นเลเซอร์รักษาสิวโดยทำลายแบคทีเรียสิว ซึ่งเป็นสาเหตุของสิวอักเสบ ด้วยลำแสงสีน้ำเงิน ส่วน Infrared และ RF ลดการทำงาน ของต่อมไขมัน ทำให้ความมันบนใบหน้าลดลง แสงจากเลเซอร์จะฆ่าเชื้อแบคทีเรีย P.acne ที่เป็นสาเหตุ ของสิว สิวค่อยๆยุบตัวลงโดยไม่มีแผล และไม่เจ็บ ยังช่วยรักษารอยแดง จากสิวอีกด้วย สิวจะดีขึ้นใน 2-4 ครั้ง หลังการรักษามากกว่า 90% เห็น ผลภายใน 8 ครั้ง

การดูแลตนเองหลังรักษาสิว

ห้ามแกะ หรือกดสิว สิวอุดตัน ด้วยตนเอง เพราะการกดที่ไม่ถูกวิธี และการแกะสิว มักก่อให้เกิดแผลเป็นโดยเฉพาะหลุมสิว
หลายการศึกษาพบว่า การเลี่ยงอาหารที่มีค่าไกลซีมิกอินเดกซ์ สูง (Glyce mic index คือ ตัวบ่งชี้ว่า อาหารชนิดใด เมื่อกินแล้ว ส่งผลให้มีน้ำตาลกลูโคลสในเลือดสูงทันที) เช่น เค้ก คุกกี้ ขนมหวาน รวมถึงนมวัว อาหารทะเล และอาหารไขมันทรานส์สูง (Trans fat หรือ Trans fatty acid คือไขมันที่มีส่วนผสมของไฮโดรเจน) เช่น เนยเทียม ครีมเทียมบางชนิด ฟาสต์ฟูต อาหารทอด และอาหารสำเร็จรูปบางชนิด ให้ผลไม่ดีกับผู้ที่มีปัญหาสิว
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หากร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ จะส่งผลให้ระบบฮอร์โมนทำงานไม่สมดุล และมีปริมาณสารที่ก่อให้เกิดสิว สิวอุดตัน และการอักเสบเพิ่มขึ้น
เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้าที่ระบุว่า ไม่เป็นตัวก่อสิว สิวอุดตัน “Non-comedo genic” คือไม่ก่อให้เกิดอาการ สิวอุดตัน และเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมัน (Oil-based) เป็นส่วนประกอบหลัก
ล้างหน้าวันละ 2 ครั้งตามปกติ ไม่จำเป็นต้องล้างบ่อยจนเกินไป เพราะสิว สิวอุดตัน ไม่ได้เกิดจากความสกปรกอย่างที่เข้าใจกันแต่อย่างใด แต่สำหรับในคนที่หน้ามันมาก
อาจล้างเพิ่มระหว่างวันด้วยน้ำเปล่า ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดการเสียสมดุลของค่ากรดด่างของผิวหน้า และเซลล์ชั้นปกป้องผิวแต่อย่างใด

ประเภทของฝ้า

ฝ้าแบบตื้น

จะอยู่ในระดับผิวหนังกำพร้า (ผิวหนังชั้นนอก) มักมีลักษณะเป็นสีน้ำตาลขอบชัด เกิดได้ง่าย และสามารถรักษาให้หายได้เร็ว นอกจากนี้ ฝ้า ชนิดนี้ยังรักษาโดยการใช้ ยาทาฝ้า อ่อนๆ และ ยากันแดด ก็สามารถลบเลือนให้ดีขึ้น

ฝ้าแบบลึก

จะมีเม็ดสีเมลานินสีน้ำตาลดำ จำนวนมากกว่าปกติ อยู่ในชั้นที่ลึกกว่าฝ้าแบบตื้น โดยจะเกิด ฝ้า ในระดับที่ลึกกว่าผิวหนังกำพร้า จะเกิดความผิดปกติในระดับชั้นผิวหนังแท้ มีลักษณะเป็นสีน้ำตาล น้ำตาลเข้มถึงดำ ขอบเขตไม่ชัด รักษาได้ยากกว่า ฝ้าชนิดตื้น และไม่ค่อยหายขาด การใช้ยาทาฝ้า อ่อนๆ และยากันแดด เพียงแต่ช่วยให้ดีขึ้นเท่านั้น การจะรักษากระลีกให้หายขาดได้ เลเซอร์ที่ใช้รักษาต้องสามารถทะลวงเข้าไปในชั้นผิวหนังด้านในโดยไม่ทำลายผิวชั้นนอก

ฝ้าผสม

คือฝ้าที่มีเม็ดสีเมลานินอยู่ทั้งที่ผิวหนังชั้นบน(Epidermis) และอยู่ในผิวหนังชั้นใน(Dermis) หลังทายาฝ้าจะพบว่าเงาฝ้าบางส่วนจางลง แต่ฝ้าที่อยู่ลึกๆจะไม่ค่อยได้ผล

สาเหตุของการเกิดฝ้า

สาเหตุหลักของ ฝ้า กระ จุดด่างดำ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังกล่าวว่า ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการผลิตเม็ดสีผิวที่มากเกินไป (Melanin pigment) หรือการผลิตเม็ดสีที่ไม่เท่ากัน ซึ่งเกิดจากทั้งปัจจัยภายในคือฮอร์โมนจากภายในหรือการตั้งครรภ์ จากกรรมพันธุ์ และปัจจัยภายนอก เช่น แสงแดดหรือฮอร์โมนที่ร่างกายได้รับ (ยาที่มีฮอร์โมนเพศ เป็นต้น)

การรักษาฝ้า

การรักษาฝ้า

รักษาด้วย Treatment Derm Bright (DB) ฝ้ายังคงเป็นปัญหาหนักใจของหลายคน ผิวดีคลีนิคได้คัดสรรนวัตกรรมใหม่ที่ปลอดภัย โดยได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US FDA) ว่าปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการรักษาสูง สาว ๆ ที่ทายารักษาฝ้าและรอยด่างดำแล้วไม่หาย จึงยิ้มได้เสียที เทคโนโลยีนี้มีชื่อว่า Derm Brigh Derm Bright ไม่เพียงแต่เป็นนวัตกรรมแห่งการผสมผสาน การผลักยาและวิตามินเข้าสู่เซลล์ผิวโดยไม่ใช้เข็มแต่รวมเอาเทคโนโลยี 3 อย่าง คือ Bipola Electroporation Phonophoresis และ L.E.D. เข้าไว้ด้วยกัน
จึงมีประสิทธิภาพมากขึ้นหลายเท่า สามารถนำพาเอายารักษาฝ้า รอยด่างดำ รวมทั้งวิตามินต่าง ๆ ลงสู่ใต้ผิวได้ลึกตั้งแต่ 1 มิลลิเมตร ถึง 10 เซนติเมตร ปลอดภัยและไม่ส่งผลข้างเคียงใด ๆ ภายหลัง แถมหลังจากทำทรีทเม้นต์ยังสามารถ กลับไปทำงานหรือกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ เนื่องจากไม่มีรอยช้ำจากเข็มเหมือนการทำ Meso Therapy

รักษาด้วย DFHL,DHL Laser เป็นเครื่องเลเซอร์ที่ถูกพัฒนาด้วยเทคโนโลยี Cell Lens และให้มีความเสถียรของพลังงานเลเซอร์มากจึงช่วยให้ประสิทธิภาพในการทำลายเม็ดสีเมลานิน ซึ่งเป็นสาเหตุของฝ้า และกระลึกให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น จึงทำให้เห็นผลการรักษาเร็วขึ้น ขณะทำการรักษาเลเซอร์จะนุ่มนวลต่อผิว(เนื่่องจากพลังงานสม่ำเสมอ Homogeneuos) และลดการเกิดอาการข้างเคียง ขณะรักษาจะรู้สึกเพียงเล็กน้อย รู้สึกคล้ายถูกดีดที่ผิวเบาๆ ไม่เจ็บ หลังทำผิวหน้าจะเป็นสีชมพูอ่อนๆถ้าทำต่อเนื่อง 3-10ครั้ง เงาฝ้าและรอยดำรวมทั้งกระลึกจะค่อยๆจางลงจนหมด ไปในที่สุด

การรักษากระลึก

1. การรักษากระลึกด้วยเลเซอร์แสงทับทิมหรืออเล็กซานไดท์หรือแย็กเลเซอร์

การรักษากระลึกอาจต้องทำหลายครั้งโดยเฉลี่ยประมาณ2-4 ครั้งห่างกัน3-6 อาทิตย์ต่อครั้ง และใช้เวลานานถึง 3-6 เดือน จึงจะจบการรักษา บางรายอาจนานกว่า

2. การักษากระลึกด้วยเลเซอร์รุ่นใหม่ Medlite C6, Spectra VRM, MDL, DFML Laser, SPM, Helios, DHL

ซึ่งหลังยิงเลเซอร์จะไม่มีแผล ไม่มีรอยใดๆเป็นเลเซอร์ที่ถูกค้นพบเมื่อไม่กี่ปีมานี้ว่า ถ้าใช้ยิงด้วยพลังงานที่เหมาะสมเลเซอร์จะช่วยให้เม็ดสีดำ(Melanin pigments) ของกระลึก กระ รวมทั้งฝ้า แตกกระจายเป็นฝอยเล็กๆ ซึ่งเล็กพอที่เม็ดเลือดขาว (Macrophage) ที่มีอยู่ในชั้นผิวหนัง จะเก็บกินและทำลายทิ้งไป กระลึก รวมทั้งฝ้าจะค่อยๆจางลงอย่างนุ่มนวลจนหายไปหมดในที่สุด

การดูแลหลังการรักษา

​ภายหลังการรักษาผู้ป่วยสามารถแต่งหน้า และทำกิจกรรมได้ตามปกติ แนะนำให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงแสงแดดเป็นเวลา 1-2สัปดาห์ และใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงกว่า 30

สาเหตุของการเกิดรูขุมขน

การสัมผัสและบีบสิว – จะทำให้เป็นแผลเป็นลึก การใช้เครื่องมือกำจัดสิวหัวขาว, การบีบสิวตุ่มหนอง เหล่านี้จะทำให้รูขุมขนกว้างและเป็นรอยหลุมลึกได้
ล้างหน้าไม่สะอาด – การล้างหน้าให้สะอาดเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการดูแลผิวประจำวัน นอกจากจะเป็นการกำจัดเซลล์ผิวเก่า เมคอัพ และน้ำมันออกไปแล้ว ยังช่วยควบคุมการหลั่งน้ำมัน เพื่อไม่ให้รูขุมขนสะสมน้ำมันมากเกินจนทำให้รูขุมขนเปิดกว้างออก
ใช้เครื่องสำอางไม่เหมาะกับผิว – สบู่, เมคอัพ และครีมบำรุงที่มีน้ำมันมากเกินไปจะทำให้ผิวมันมากขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ผสมน้ำมันเยอะ การเกิดสิวและปัญหารูขุมขนกว้างจะเป็นมากขึ้นเมื่อใช้เครื่องสำอางผิดประเภทกับผิว

หลุมสิวคืออะไร

เป็นการเกิดการอักเสบอย่างรุนแรงใต้ผิวหนังที่ชั้นหนังแท้ ซึ่งปกติแล้วจะมีหนองเกิดขึ้นด้วย ทำให้คอลลาเจนบริเวณนั้นถูกทำลาย ซึ่งคอลลาเจนเป็นตัวที่ช่วยเสริมสร้าง และซ่อมแซมผิว เมื่อไม่มีตัวช่วยรักษาผิวแล้ว ผิวที่เป็นแผลก็หายช้าเกิดเป็น แผลเป็น ใต้ผิวหนังที่เรียกว่า พังผืด ดึงรั้งให้กลายเป็นหลุม

สาเหตุของการเกิดหลุมสิว

    

          หลายๆคนมักเข้าใจว่าหลุมสิวเกิดจากการที่เป็นสิว แล้วไปแกะ บีบ หรือยุ่งกับมันมากเกินไปจนทำให้เกิดแผล อันที่จริงหลุมสิวที่เกิดจากสาเหตุดังกล่าวเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น การเกิดหลุมสิวที่เพื่อนๆเป็นกันนั้นยังรวมถึงการที่เป็นสิวอักเสบแล้วละเลยไม่สนใจ ปล่อยทิ้งไว้ไม่ยอมดูแลให้หายอีกด้วย เนื่องจากการอักเสบมันมีมากและไม่ได้รับการรักษา ทำให้ผิวหน้าในส่วนนั้นถูกทำลายซ่อมแซมตัวเองไม่ได้ จึงเกิดเป็นหลุมสิว นอกจากนี้หลุมสิวก็ยังเกิดจากกรรมพันธุ์ได้อีกด้วย

หลุมสิวมีกี่ประเภท

       

หลุมสิวนั้นที่พบเห็นกันส่วนใหญ่จะแบ่งเป็น 3 ประเภท ตามลักษณะ

  1. Icepick Scars– เป็นลักษณะหลุมสิวที่ปากหลุมจะกว้าง ส่วนก้นหลุมจะแคบ จึงเป็นรอยสังเกตเห็นได้ยากกว่าแบบอื่น
  2. Box Scars – ลักษณะหลุมสิวประเภทนี้ ปากหลุมจะกว้าง แต่ไม่ลึก สังเกตเห็นได้ง่ายเพราะมักจะเป็นรอยกว้าง
  3. Rolling Scars– ลักษณะจะเป็นรูเล็กๆ แต่ก้นหลุมลึก และหลุมสิวประเภทนี้รักษายากที่สุด

การรักษาหลุมสิว

การรักษาหลุมสิวที่ได้ผลมากที่สุดคงไม่พ้น “การรักษาหลุมสิวด้วยเลเซอร์” เป็นการรักษาสิวที่ใช้คลื่นแสงที่มีความยาวคลื่นแตกต่างกัน ยิงไปที่ผิวหน้าเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน พร้อมกับทำลายพังผืดที่ยึดก้นหลุมสิวเอาไว้ ช่วยให้เซลผิวถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในเวลาอันสั้น

YAG LASER  

เป็นเครื่องเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 1064 นาโนเมตร และ 1320 นาโนเมตร นิยมใช้ในการปรับสภาพผิวให้แลดูอ่อนลง โดยพบเลเซอร์ชนิดที่มีความยาวคลื่น 1064 นาโนเมตรได้บ่อยกว่า ขณะที่ความยาวคลื่น 1320 นาโนเมตรจะเหมาะกับการรักษาปัญหาหลุมแผลเป็นลึกๆและทำให้ผิวหน้าตึงกระชับ ได้บ้างเครื่องเลเซอร์นี้มีเป้าหมายคือน้ำและฮีโมโกบิน ( Hemoglobin ) ในระบบไหลเวียนเลือด

        ฉะนั้นจึงได้ผลดีในการรักษา เส้นเลือดฝอยบริเวณใบหน้า หลังยิงครั้งแรกเส้นเลือดจะหดตัวหายไปได้ทันที นอกจากนี้ยังทำให้ผิวหน้าขาวใส รูขุมขนกระชับขึ้น รวมถึงรอยแผลเป็นตื้นขึ้นอีกด้วย สาวๆที่มีหนวดเครา ขนอ่อนบริเวณใบหน้า หรือขนรักแร้ และขนหน้าแข้ง ก็สามารถกำจัดออกได้ด้วย

เลเซอร์ชนิดนี้ทั้งสิ้น แต่ควรทำติดต่อกันอย่างน้อย 5 -6 ครั้ง โดยทิ้งช่วงห่าง 2 สัปดาห์ ขณะทำไม่รู้สึกเจ็บแต่จะรู้สึกร้อนๆ หลังยิงอาจรู้สึกแดงเล็กน้อยและหายได้เองภายใน 2-3 ชั่วโมง เลเซอร์เป็นลำแสงที่ถูกนำมาใช้หลายกรณี สำหรับด้านความสวยความงาม เป็นการฟื้นฟูผิวใหม่ให้เรียบเนียนสดใสขึ้น หลังยิงเลเซอร์ชนิดนี้จะทำให้ผิวเรียบเนียน รูขุมขนเล็กลง ผิวหน้าละเอียดขึ้น โดยไม่เกิดแผลตกสะเก็ด

YAG Laser ทำอะไรได้บ้าง?

  1. ช่วยกำจัดขนถาวร เช่น ขนรักแร้ ขนหน้าแข้ง และ ขนหนวดเครา
  2. ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใบหน้า และ ทำให้ริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าจางลง รอยหลุมสิวตื้นขึ้น และรูขุมขนกระชับขึ้น
  3. กำจัดเส้นเลือดฝอย โดยได้รับมาตรฐานผ่านจากสหรัฐอเมริกาและยุโรป รักษาเส้นเลือดฝอยได้โดยไม่ต้องเสียเวลาผ่าตัด ไม่มีแผล รักษา การักษา ใช้เวลารักษา 15 – 20 นาที เพียงเดือนละ 1 ครั้ง โดยรักษาติดต่อกันนาน 5 ครั้ง เห็นผลได้ตั้งแต่การรักษาครั้งแรก ผิวจะเรียบเนียนเต่งตึงขึ้น

ความปลอดภัยในการรักษา
        ปลอดภัย ได้รับรองจากนานาชาติในยุโรป และอเมริกาไม่ทำให้เกิดแผลและแผลเป็นไม่มีอันตรายกับผิวทั้งระสั้นและระยะ ยาว เมื่อหยุดทำงานแล้วไม่ทำให้ผิวย่นกว่าเดิมเนื่องจากคอลลาเจนใต้ผิวหนังได้ ถูกเลเซอร์กระตุ้นให้สร้างเองขึ้นใหม่ซึ่งจะไม่สลายตัว

คำแนะนำหลังทำ หลังการรักษาด้วย Yag Laser

  1. ส่วนใหญ่จะเจ็บเล็กน้อย มักจะเกิดขณะยิง การให้ความเย็นและทายาชาจะช่วยลดอาการเจ็บปวดได้
  2. ผิวอาจแดงเล็กน้อยหลังทำ ซึ่งจะหายเองภายใน 30 นาที – 1 ชั่วโมง
  3. ผิวจะแห้งและลอกเป็นขุยได้หลังทำ 1 – 3 วัน ควรใช้ครีมเพิ่มความชุ่มชื้นให้มากกว่าปกติในช่วง 1 สัปดาห์แรก
  4. ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดที่ร้อนจัด และทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป

 

หลังการรักษาสามารถแต่งหน้าและทำกิจกรรมได้ตามปกติ และใช้ครีมกันแดดทีมีค่า SPF 30 ขึ้นไป

ธีระธรฌ์คลินิก

เลขที่ 169/78 ถนนรัชดาภิเษก ดินแดง กรุงเทพฯ 10400. 
วันทำการ : จันทร์ – เสาร์ (เวลา 11.00 น. – 21.00 น.)
โทรศัพท์ : 085-663-6615 , 02-692-5499
อีเมล : webmaster.theerathornclinic@gmail.com

ธีระธรฌ์คลินิก เลขที่ 169/78 ถนนรัชดาภิเษก ดินแดง กรุงเทพฯ 10400.
โทรศัพท์ : 085-663-6615 , 02-692-5499 อีเมล : webmaster.theerathornclinic@gmail.com 
Copyright © Theerathornclinic. All rights reserved.